9/03/2553

ความเหงาบนผืนหญ้าแห้ง

ในห้วงแห่งจินตนาการอันโลดแล่น สิ่งที่ก้าวเข้ามาในหัวคือ ความกว้างใหญ่ของผืนหญ้าที่แห้งเหี่ยว โดดเดี่ยวและเคว้งคว้าง

สิ่งที่ก้าวออกไปจากหัวคือ ความสนุกสนาน ความอบอุ่นและรอยยิ้ม...

มันถูกร้อยเรียงไปด้วยคำถามคำเดียวที่ว่า ทำไม ?

ในมุมๆหนึ่งของสนามหญ้าอันเหี่ยวแห้ง....นั่งคุดคู้ อยู่เพียงลำพัง....จ้องมองนกโบยบินไปมาบนท้องฟ้า...มโนภาพในหัวคิดถึงเม็ดฝน อันชุ่มฉ่ำ หอมหวาน และแสงแดดอุ่นๆ อุ่นสบายและนุ่มนวล

แต่ตอนนี้มีเพียงฝนหยดเล็ก ๆ เพียงไม่กี่หยดที่ไหลออกมาจากสิ่งที่ใช้มองดู ซึ่งเราเรียกกันว่าดวงตา

ความเหงาโอบกอดร่างกาย ถ่ายทอดความเยือกเย็นมาสู่ชั้นผิวหนังอย่างช้าๆ....ราวกับว่าความเหงามันอยากช่วยให้ความอบอุ่น แต่หาไม่!

...มันกลับหนาว หนาว หนาว แล้วก็หนาวขึ้นทุกทีๆ จะดิ้นก็ดิ้นไม่หลุด ...

ในขณะเดียวกัน ตัดสินใจ ลุกขึ้นยืน ยืนขึ้นด้วยขาที่อ่อนแรง...เดินโซซัดโซเซ...เดินไปท่ามกลางผืนหญ้าอันกว้าง ใหญ่ มองหาสิ่งที่อบอุ่น....จ้องมองขึ้นฟ้า...มองหาดวงอาทิตย์

รู้สึกสับบสน...กับสิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวเอง...ความเหงาครอบงำจิตใจ ลมพัด ต้นไม้ปลิว...นกโบนบิน ไม่ได้ช่วยให้ภาพที่ได้เห็นนั้น สวยงามขึ้นมาเลย...

ความสวยงามจากธรรมชาติ มันหายไปไหนหรือ ? .... ทบทวนถามตัวเอง...ถึงสิ่งที่เกิดขึ้น !

มุมมองที่สดใส กลับ มืดมน เพราะเจ้าความเหงาตัวเดียว มันโดดเดี่ยวและไร้ที่พึ่งพิง....สองมือและสองแขนโอบกอดร่างกาย น้ำตาไหลริน...

บอกตัวเองว่า ต้องวิ่ง...วิ่งไปข้างหน้า เพื่อให้น้ำตามันไปข้างหลัง ... ~


วิ่งไปข้างหน้า วิ่งๆๆๆ วิ่งอย่าหยุด...วิ่งจนกว่าน้ำตาจะแห้งเหือดไป....! จนเหลือแต่คราบน้ำตาขาวๆ ที่ละเลงอยู่บนผิวหน้า......

หวังว่า..ไม่นาน ฝนจะพรำ แสงแดดจะทอประกาย...ก้อนเมฆจะสวยงามเฉกเช่นปุยนุ่นหอม ๆ .....มันจะเกิดขึ้นแน่ๆ อีกในไม่ช้านี้....

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น