ในห้วงแห่งจินตนาการอันโลดแล่น สิ่งที่ก้าวเข้ามาในหัวคือ ความกว้างใหญ่ของผืนหญ้าที่แห้งเหี่ยว โดดเดี่ยวและเคว้งคว้าง
สิ่งที่ก้าวออกไปจากหัวคือ ความสนุกสนาน ความอบอุ่นและรอยยิ้ม...
มันถูกร้อยเรียงไปด้วยคำถามคำเดียวที่ว่า ทำไม ?
ในมุมๆหนึ่งของสนามหญ้าอันเหี่ยวแห้ง....นั่งคุดคู้ อยู่เพียงลำพัง....จ้องมองนกโบยบินไปมาบนท้องฟ้า...มโนภาพในหัวคิดถึงเม็ดฝน อันชุ่มฉ่ำ หอมหวาน และแสงแดดอุ่นๆ อุ่นสบายและนุ่มนวล
แต่ตอนนี้มีเพียงฝนหยดเล็ก ๆ เพียงไม่กี่หยดที่ไหลออกมาจากสิ่งที่ใช้มองดู ซึ่งเราเรียกกันว่าดวงตา
ความเหงาโอบกอดร่างกาย ถ่ายทอดความเยือกเย็นมาสู่ชั้นผิวหนังอย่างช้าๆ....ราวกับว่าความเหงามันอยากช่วยให้ความอบอุ่น แต่หาไม่!
...มันกลับหนาว หนาว หนาว แล้วก็หนาวขึ้นทุกทีๆ จะดิ้นก็ดิ้นไม่หลุด ...
ในขณะเดียวกัน ตัดสินใจ ลุกขึ้นยืน ยืนขึ้นด้วยขาที่อ่อนแรง...เดินโซซัดโซเซ...เดินไปท่ามกลางผืนหญ้าอันกว้าง ใหญ่ มองหาสิ่งที่อบอุ่น....จ้องมองขึ้นฟ้า...มองหาดวงอาทิตย์
รู้สึกสับบสน...กับสิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวเอง...ความเหงาครอบงำจิตใจ ลมพัด ต้นไม้ปลิว...นกโบนบิน ไม่ได้ช่วยให้ภาพที่ได้เห็นนั้น สวยงามขึ้นมาเลย...
ความสวยงามจากธรรมชาติ มันหายไปไหนหรือ ? .... ทบทวนถามตัวเอง...ถึงสิ่งที่เกิดขึ้น !
มุมมองที่สดใส กลับ มืดมน เพราะเจ้าความเหงาตัวเดียว มันโดดเดี่ยวและไร้ที่พึ่งพิง....สองมือและสองแขนโอบกอดร่างกาย น้ำตาไหลริน...
บอกตัวเองว่า ต้องวิ่ง...วิ่งไปข้างหน้า เพื่อให้น้ำตามันไปข้างหลัง ... ~
วิ่งไปข้างหน้า วิ่งๆๆๆ วิ่งอย่าหยุด...วิ่งจนกว่าน้ำตาจะแห้งเหือดไป....! จนเหลือแต่คราบน้ำตาขาวๆ ที่ละเลงอยู่บนผิวหน้า......
หวังว่า..ไม่นาน ฝนจะพรำ แสงแดดจะทอประกาย...ก้อนเมฆจะสวยงามเฉกเช่นปุยนุ่นหอม ๆ .....มันจะเกิดขึ้นแน่ๆ อีกในไม่ช้านี้....
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น