ช่วงเวลาเย็นๆ ค่ำๆ เราเพิ่งแยกจากเพื่อนกำลังจะกลับบ้าน..
เป็นที่รู้กันดีว่าเวลาหลังเลิกเรียน หลังเลิกงานนี่...
ทั้งคนทำงาน นักเรียน นิสิต นักศึกษาต่างพากันมุ่งหน้ากลับบ้าน...
พ่อค้าแม่ขายก็พากันเรียกลูกค้ากันไป
ไม้ละ 5 บาทจ้า 2 ไม้ 10 4 ไม้ 20 "ถูกๆเลยจ้า 3 ตัวร้อย"
ลดแหลกจ้า วันนี้วันเดียว ทั้งร้าน 100 บาทเท่านั้น
"ข้าวสวยร้อนๆจ้าถุงละ 5 บาท กับข้าวไม่มีซื้อร้านถัดไปจ้า" ... ฯลฯ
จะพูดง่าย ๆ คือคนเยอะมาก ๆ แค่นั้น เยอะแบบเดินไหล่ต่อไหล่มาจากไหนกันก็ไม่รู้
ทั้งๆที่ช่วงเวลาอื่นมันก็ไม่เห็นจะเยอะกันขนาดนี้ หลุดมาจากไหนกัน
มันเหมือนกับว่าผู้คนกำลังเบียดเสียดกันออกมาสู่อิสรภาพ
ต่อสู้ ฉกชิงวิ่งราวกันออกมาสูดกลิ่นอิสรภาพของวัน (ว่าวันนี้ตรูหลุดพ้นแล้ว) แต่พอออกมาก็ต้องพบกับกลิ่นควันรถอันหอมหวลไม่ชวนดม...
สูดเข้าไปมีแต่คาร์บอนมอนนอกไซด์
จะหาแหล่งอ๊อกซิเจนก็เห็นทีจะยาก เผลอๆได้ดมก๊าซมีเทนของคนข้างๆด้วย
ที่สำคัญคือกลิ่นแบคทีเรียมาผสมกับความอับชื้นของใต้วงแขนแล้วทำปฏิกิริยากลายเป็นกลิ่นเต่านี่สิ แย่สุดๆ ;) 55+
คือ ต้องต่อสู้แย่งชิง ขึ้นรถเมล์กันเป็นว่าเล่นแต่รถโดยสารก็มีหลายประเภทให้เลือก...ทั้งรถเมล์ ธรรมดา ปอ. ยูโร รถตู้ รถแท๊กซี่ มอร์ไซ รถสองแถว ซูบารุ....ซากุระอะไรก็ว่ากันไป..
แต่ที่ฮิตฮอตที่สุดเห็นจะเป็นรถเมล์...วันนี้เราเห็นคนยืนรอรถเมล์หน้ามุ่ยมาก..แต่ละคนหน้าบูดเป็นตูดลิง..
เมื่อไหร่เลขที่ออกจะเป็นทีของตรู สายไหนๆก็ไม่ใช่สายตรู...
อะไรกัน!!...
คือ การรอคอยอะไรนาน ๆ มันจะทำให้คนเราหงุดหงิด คิ้วจะเริ่มขมวดเป็นปม...เหงื่อจะเริ่มไหลหยดย้อยมาตามตีนผม เริ่มหายใจแรง ให้คนข้างๆได้ยิน...
ที่ออกอาการมากหน่อยก็จะมีเสียง
"จิ๊จ๊ะๆ เมื่อไหร่จะมาซะทีวะ บ่นพึมพำ ๆ เบา ๆ" แล้วก็ทำท่าทางชะเง้อแล้วชะเง้ออีกถอนหายใจ...เฮ่อ! ไม่มาซักที...
อ่า! มาแล้ว รถเมล์สายที่เราต้องการมาแล้ว....แต่สิ่งที่เห็นมาไกลๆคือ ความดำมืดของตัวรถเนื่องจากหัวของคนลอยมาเป็นแพ
และสังเกตลักษณะการเอนเอียงของรถแล้วไม่น่าพลาดที่จะไม่มีที่ว่าง...
"เอาวะ! ขึ้นก็ขึ้นอยากกลับจะแย่ละ"...ว่าแล้วก็ก้าวขึ้นไป...
คนเยอะมาก มหาศาล ปิดประตูแทบไม่ได้...เราก็ขึ้นไปด้วยหน้าตาที่เซ็งในอารมณ์สุด ๆ ทั้งร้อน ทั้งเหม็น...
กลิ่นคนข้างๆก็ใช่ย่อย.. เออ...ต้องทนไป นิดเดียว..เดี๋ยวก็ถึง...
"ชิด ในค่าาาาาา ๆๆๆๆๆๆ อย่าเพิ่งล้วงอย่าเพิ่งควักค่าาา ขึ้นมาก่อนเดี๋ยวกระเป๋ารถเมล์หงุดหงิด ท้องยิ่งผูกอยู่ด้วยไม่ได้นั่งส้วมมาหลายวันแล้ว" -*-
เห้ย!! เราได้ยินก็คิดในใจ ไรว๊าาาา ก็ไม่ได้ไรแต่ก็รู้สึกในใจนิดนึง~~
"เชิญ เลยค่าา ขึ้นมาเลย คนเยอะนะคะ รถขาดระยะ คนบริการเอ้ย! คนให้บริการเหนื่อยค่า ขึ้นมาค่ะให้เป็นระเบียบ สามแถวเรียงเลยค่ะ" -*- เออ...รู้สึกดีแฮะ!
"ขึ้นมาเลยค่าๆๆๆ ขึ้นมาเลย ชิดในนะคะ....ไม่ต้องแย่งกันนั่งค่ะ ไม่ต้องแย่งกานนน คนไม่เยอะค่ะแค่ประตูปิดจะไม่ได้อยู่แล้ว เชิญค่ะเชิญ" ;D เราขำในลำคอ
ผู้ชายคนหนึ่งขึ้นมา "เชิญเลยจ้าพ่อรูปหล่อ พ่อทูนหัว ขึ้นมาเลยจ้า" อารมณ์ดีจังแฮะผู้หญิงคนนี้ เราคิดในใจ...
พอคนจะลง..."เชิญจ้าเชิญ ลงไม่หมดเราไม่ไป...ลงไม่ได้เราไม่วิ่ง อย่าเบียดอย่าผลัก ค่อยๆกระดึ๊บๆออกมาจ้า" 555555+
คุณรู้มั้ย ปฏิกิริยาของคนในรถ จากหน้าบูดเป็นตูดลิง ก็เริ่มกลับมาอมยิ้ม หัวเราะคิ๊กคักๆๆๆ
เรามองไปรอบๆ มีแต่คนยิ้มแย้มๆๆๆๆ เพราะชอบลีลาการจ่ายตั๋ว และการบริการของกระเป๋ารถเมล์คนนี้...
"ขึ้น มาเลยจ้า ๆ ขึ้นมาเลย...ดีมากเลยจ้าข้อดีของการเตรียมค่าโดยสารก็ดีแบบนี้ค่าเราจะได้ ไม่เสียการทรงตัว ไม่เอนไม่เอียงไม่อิงไม่แอบคนอื่นนะจ๊าาาาาา" เสียงเธอดังมาก...ได้ยินกันทั่วรถ...
มีแต่คนเต็มไปด้วยรอยยิ้มที่เปื้อนอยู่บนใบหน้า...
เรา ได้ยินข้อความประเภทนี้ ตลอดทาง มันทำให้เราอดยิ้มให้กระเป๋ารถเมล์คนนี้ไม่ได้...เราขึ้นมาอยู่บนรถคันนี้ อย่างมีความสุขมากๆ (จริงๆ) บอกตามตรงว่ามันเหมือนว่าเราได้ผ่อนคลาย
จาก คนที่หน้านิ่วคิ้วขมวดก็เปลี่ยนกลายเป็น นัยน์ตาเริ่มยิ้ม ...บางคนก็ยิ้มออกมาเลย...บางคนหัวเราะออกมาเบาๆด้วยความรู้สึกว่าน่ารักน่า เอ็นดู
เราคิดเลยว่า...เอ่อออ! ดีจังเลย...ถ้าเป็นอย่างนี้ การกลับบ้านของเรามันก็คงไม่น่าเบื่ออีกต่อไป...มีคนมาแจกจ่ายความสุขแบบนี้ มันทำให้เรารู้สึกดีมากๆ
ทำให้เราได้ยิ้ม ท่ามกลางความหงุดหงิด ทำให้เราได้หัวเราะ ท่ามกลางบรรยากาศของการเร่งรีบ...
พอถึงป้ายเราจะลง เราคิดในใจว่า...เราขอนั่งต่อไปอีกหน่อยได้ไหม...~ แล้วยิ้มออกมาด้วยความรู้สึกอิ่มใจ ^^
8/25/2553
8/17/2553
RAIN 2/07/2010 in the morning

วันนี้ลืมตาตื่นขึ้น......พร้อมกับ
สายฝนในยามเช้า....เย็นชุ่มฉ่ำเต็มไปด้วยความรู้สึกมากมายจากหลากหลายผู้คน
นกน้อย......กอดตัวเองอยู่ในรัง..... นอนหนาวเหน็บ และกอดกันอยู่ในครอบครัวเล็ก ๆ ตัวสั่นและขนพอง แต่ไม่แคล้วจะเตรียมตัวออกโผบิน
ต้นไม้ใหญ่....ยืนนิ่งตระหง่าน ไม่กระดุกกระดิกและไม่ไหวติงใดใด แลดูแข็งแกร่งและมั่นคง
ดวงอาทิตย์ ..... เจ้าไปแอบอยู่ที่ใด ทำไมเวลานี้ ถึงได้ซ่อนไปไกลนัก
ดวงจันทร์....เรายังไม่มีบทบาทในตอนนี้ เพราะแม้แต่ดวงอาทิตย์ยังเอาแต่หลบซ่อนตัว อยู่ในมุมใดมุมหนึ่งของจักรวาล
แสงแดดยามเช้า.....ไม่มีแม้แต่อณูใดใด ที่จะมาเพิ่มความร้อน และช่วยโอบอุ้มความอบอุ่นให้แก่พื้นโลก
พื้นดิน....ส่งกลิ่นหอมแบบแข็งแกร่งเมื่อสายฝนตกกระทบ และสะท้อนกลับกลายเป็นโคลนตม
หนาวเหน็บ....หนาวเหน็บแต่อบอุ่น หดหู่แต่สดใส เต็มไปด้วยเรื่องราวที่ยากต่อการอธิบาย
ผู้คน...สับสนรวนเร...รีบเร่ง หงุดหงิด และมากไปด้วยอารมณ์และสีหน้า
หมาน้อย....นอนหลับอยู่ใต้หลังคา ไม่สนใจแม้เสียงเจ้าของเรียก บ้างเห่าบ้างหอน ตามสภาพ
ชิงช้าในสวน.....ว่างเปล่า เปียกชื้น แทบไม่มีใครอยากเข้าไปนั่ง ผิดกับยามแสงแดดอุ่นๆ ที่เด็ก ๆ แย่งกันวิ่งไปนั่งจนแทบพังลงมา
ก้อนหิน.....สดใส เริงร่า หัวเราะ ไปกับบรรยากาศที่สดชื่นสดใส แต่ก็ไม่แคล้วที่จะเสียใจ เมื่อสายฝนจะต้องมากัดเซาะตัวตนของมันออกไป ทีละเล็ก - ทีละน้อย
ใบไม้แห้ง....ชุ่มฉ่ำขึ้นกว่าตอนร่วงหล่นลงจากต้น จะไม่ได้ยินเสียง "กรอบแกรบ" อีกต่อไป ทำให้ตัวมันแตกสลายช้าลงจากการโดนเหยียบย่ำ เพราะได้รับไออุ่นจากเบื้องบนแม้จะเป็นความหนาวเหน็บของสายฝน ก็ตาม...
ทุ่งหญ้า.....ยิ้มร่า ร้องเพลงกัน หัวเราะกัน พูดคุยกันเรื่องต่างๆนาๆ มองดูน่ารัก สดชื่น มีหยดฝนค่างเติ่งอยู่ข้างบน มองดูสดใสน่ารัก คล้ายกับกำลังเปิดฟลอเต้นรำ
สายลม....สายลมอ่อนๆ พัดไปมาเป็นระยะๆ เอากลิ่นฝน กลิ่นดิน กลิ่นหญ้า ลอยคละคลุ้งไปในอากาศ ....
ก้อนเมฆ.....เบียดเสียด อึดอัด...บึ้งตึง และทุกข์ระทม แต่มากไปด้วยการปลดปล่อย
อากาศ.....สิ่งที่หนาแน่นและผ่อนคลาย....เป็นสื่อกลางของสรรพสิ่งบนโลก เต็มไปด้วยความสามารถ มองไม่เห็นได้ด้วยตาเปล่าแต่สามารถสัมผัสและรู้สึก มันคือสิ่งที่สำคัญที่สุดที่ทุกสิ่งขาดไม่ได้
เสียงเพลง....เสียงเพลงจากนกน้อย สายลม พื้นดิน ต้นไม้ ก้อนหิน ใบไม้แห้ง ทุ่งหญ้า ดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ อากาศ...ร่วมกันบรรเลงเพลงที่ยิ่งใหญ่ในเวทีแห่งจักรวาล จนกลายเป็นบรรยากาศต่าง ๆ บนพื้นโลก...
** สายฝนในยามเช้า ไม่นานก็คงมีแสงแดดอุ่น ๆ แทรกตัวเข้ามา....
ทำให้บรรยากาศบนโลกอุ่นขึ้น จนทำให้น้ำภายในร่างกายจะต้องแทรกซึมออกมาตามรูขุมขนและหยดไหลไปตามร่างกาย ....พร้อมด้วยแสงเจิดจ้า ที่เรามองดูแล้วจะต้องหยีตา
สภาพต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นบนพื้นโลก หรือแม้แต่เกิดขึ้นในจักรวาล ... มันจะเกิดขึ้นและจบลงและจะกลับมาใหม่เหมือนเป็นลูกโซ่
ค้นหาให้เจอ ถึงสิ่งที่สวยงามที่สุดตามสภาพที่เกิด....หากลิ่นหอม ๆ รอยยิ้มสวย ๆ เสียงเพลงเพราะ ๆ จากสิ่งที่ธรรมชาติสร้างขึ้น....ท่าทางจะสุขใจ : )
MY POEM

~ This is my poem but long time ago can't remember but i wrote when i thought something that happen in this world by the human race...it's a lot of greatest liar and pretending so, i felt gloomy in it! :"( ~
8/16/2553
LOVE STORY

ล้มลุกคลุกคลาน สุดจะบรรยาย.....ชีวิตคน
วันหนึ่งเราก็นั่งคิดว่า การอยู่โดยปราศจากคนที่เรารักจะทรมานสักแค่ไหน เรานั่งมองหน้า ยายของตัวเอง...
เราเคยถามว่า...ยาย ๆ ตอนที่ตาเสียแรก ๆ ยายเหงามั้ย เศร้ามั้ย ยายรู้สึกยังไง ?
หลังจากที่ตาเสียมาได้ 10 กว่าปี...ยายก็ตอบว่า...ยายทรมานมาก ในตอนแรก สิ่งที่คิดไว้ด้วยกัน สิ่งที่วาดภาพต่าง ๆ ไว้ด้วยกันมันถูกทำลายด้วยโรคร้าย
และการที่อยู่อย่างโดดเดี่ยว มันก็ทำให้ขาของยาย ยืนแทบไม่ไหว...ใจอ่อนแอไม่ต่างจากโรคที่พรากตาไปจากยายเลย
ยายบอกกับเราว่า...ตาเป็นผู้ชายที่ดีที่สุดสำหรับยาย...ยายภูมิใจมาก ๆ ที่ได้สร้างครอบครัวและมีลูกสาวที่น่ารักที่สุดด้วยกัน 2 คนกับตา
ตาเป็นพ่อที่ดีมาก...และไม่เคยทำให้ยายต้องเสียใจ หรือผิดหวัง
เราเลยถามว่า ยายร้องไห้หนักแค่ไหน...ยายเศร้านานไหม ?
ยายตอบว่า...ยายร้องจนไม่มีน้ำตาให้ไหลออกมาเลย....และจะเรียกได้ว่าเศร้าที่สุดในชีวิตก็เป็นได้...
แต่ยายบอกว่า การจากลาของยายกับตา มันอาจจะดูเศร้าก็จริง แต่เราจากลากันด้วยความรัก ยายไม่เคยรู้สึกโทษโชคชะตาเลยที่ต้องมาพรากตาไปเร็วอย่างนี้...
ยายอบอุ่นเสมอที่มีตาอยู่ด้วย....ยายคิดว่าก็ยังดีกว่าการที่เราจะต้องจากกันด้วยเรื่องที่ไม่ดี ยายบอก!
ยายบอกกับตาว่ายายจะไม่ห่างตาไปไหนจนกว่าตาจะหลับไป ในทุก ๆ ครั้งที่ตารู้สึกปวดทรมานจากโรคร้าย ยายจะอยู่ข้าง ๆ ตาเสมอและกุมมือเอาไว้ไม่ห่าง ... ~
ยายรู้สึกทรมานไปกับตาด้วย ยายบอกกับเราว่ายายอยากร้องไห้...แต่ยายบอกกับตัวเองว่า ยายจะไม่ร้อง...ยายอยากให้ตาเห็นว่า ทุกคนอยู่ได้...ไม่ต้องห่วงอะไรนะ!
จนวินาทีสุดท้าย...ยายมองดูตาและเห็นตาเจ็บปวดทรมาน...ยายบอกว่า ยายใจแทบขาด....ตาดูทรมานมาก...เจ็บปวดเหลือเกิน....
ยายอยากจะเข้าไปกอดตาไว้เผื่อบางทีอาจจะทำให้ตารู้สึกดีขึ้น...และยายก็ทำแบบนั้น ~
แต่ในไม่เวลานาน...ตาก็จากไปอย่างสงบ....หลังจากตาจากไป ยายร้องไห้อย่างหนัก ร้องไห้แทบไม่หยุด และรู้สึกหดหู่มาก ๆ ยายบอกว่า ยายไม่มีเรี่ยงแรงที่จะทำอะไรเลย
ยายอยากนอนมองดูตาอยู่อย่างนี้เท่านั้น ! T_T เห้อ!! เศร้า
มันอาจดูเหมือนว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องปกติที่เราล้วนต้องเจอ...การเกิด แก่ เจ็บตาย....แต่เราสัมผัสได้เลยว่า
เวลาที่ยายเล่าเรื่อง....น้ำเสียง สายตา และ ความรู้สึกนั้น พรั่งพรูออกมา อย่างที่ว่าไม่ต้องบอกว่าตาสำคัญแค่ไหนก็รู้ได้ ~ บางคนอาจคิดว่า น้ำเน่า...แต่ถ้ามันไม่เกิดกับตัวเองก็คงไม่รู้
น้ำเสียงที่ยายเล่าให้เราฟัง บ่งบอกว่า ยายคิดถึงตามาก
สายตาขณะที่ยายเล่า บ่งบอกว่า ตาช่างอบอุ่นเหลือเกินและยายคิดถึงตา
และความรู้สึกที่ยายส่งผ่านออกมา บ่งบอกว่า ยายจะไม่มีวันลืมตาและยายคิดถึงตามากอีกเช่นกัน
เราเคยได้ยินคำว่าน้ำเน่า ๆ ๆ ๆ มามากๆ หลายคนมองคำว่าน้ำเน่าเป็นเรื่องตลก...แต่ยายบอกว่า เรื่องน้ำเน่าที่เรารู้กันสองคนมันไม่ได้ทำให้ยายคิดว่ามันเป็นเรื่องตลกเลย
แต่ยายกลับคิดว่ามันเป็นจุดที่น่ารักของพวกเรา ที่คนอื่นไม่สามารถจะรับรู้และเข้าใจอย่างลึกซึ้งได้ ยายบอกว่า...ถ้าเราเจอคนที่เราคิดว่าใช่จริงๆ เราก็จะน้ำเน่าขึ้นเรื่อย ๆ 555+
และเรื่องน้ำเน่า ๆ ก็จะเกิดขึ้นเรื่อย ๆ (เราฟังแล้วอมยิ้ม^^") รู้สึกว่า มันน่ารักดี...
แต่เราก็คิดว่า คงจริง...วันนี้รู้สึกดีมาก ๆ ที่ได้เขียนเรื่องนี้เล่าออกไป...
555+ คนที่มาอ่านอาจจะคิดว่าเราน้ำเน่ามั้ย ? ไม่เป็นไร ก็เป็นอีกอารมณ์หนึ่ง...เราอยากถ่ายทอดออกไป...
และเรารักยายมาก และคิดถึงตามาก ๆ ด้วยเช่นกัน ^^
TODAY

วันนี้...หากคุณให้ความสำคัญกับตัวเอง เป็นรองจากผู้อื่น...วันนั้นคุณจะเอื้อเฟื้อ
วันนี้....หากคุณให้ความสำคัญกับสิ่งของ เงินทอง...วันนั้นคุณจะโลภ
วันนี้....หากคุณให้ความสำคัญกับคนที่คุณโกรธ - เกลียด....วันนั้นคุณจะโง่
วันนี้....หากคุณให้ความสำคัญกับมิตรภาพ....วันนั้นคุณจะยิ้ม
วันนี้...หากคุณให้ความสำคัญกับผู้ด้อยโอกาส....วันนั้นคุณจะอิ่มเอม
วันนี้....หากคุณให้ความสำคัญกับสิ่งมัวเมา...วันนั้นคุณจะบาป
วันนี้....หากคุณให้ความสำคัญกับรูป รส กลิ่น เสียง....วันนั้นคุณจะขาดสติ
วันนี้....หากคุณให้ความสำคัญกับความทุกข์.....วันนั้นคุณจะหมองเศร้า
วันนี้....หากคุณให้ความสำคัญกับความสุข.....วันนั้นคุณจะสดใส
วันนี้....หากคุณให้ความสำคัญกับสุขภาพ....วันนั้นคุณจะแข็งแรง
วันนี้....หากคุณให้ความสำคัญกับจิตใจ....วันนั้นคุณจะหนักแน่น
วันนี้....หากคุณให้ความสำคัญกับการติฉิน นินทา....วันนั้นคุณจะขาดคนนับถือ
วันนี้....หากคุณให้ความสำคัญกับการเรียน....วันนั้นคุณจะเป็นคนเก่ง
วันนี้....หากคุณให้ความสำคัญกับการอ่าน....วันนั้นคุณจะมีสมอง (เพิ่มมากขึ้น)
วันนี้....หากคุณให้ความสำคัญกับการด่าทอ....วันนั้นคุณจะมีแต่คนรังเกียจ
วันนี้....หากคุณให้ความสำคัญกับคุณธรรม........วันนั้นคุณจะแตกฉาน
วันนี้....หากคุณให้ความสำคัญกับความยุติธรรม....วันนั้นคุณจะซื่อสัตย์
วันนี้....หากคุณให้ความสำคัญกับอุดมการณ์....วันนั้นคุณจะยิ่งใหญ่
วันนี้....หากคุณให้ความสำคัญกับความขยัน....วันนั้นคุณจะประสบความสำเร็จ
วันนี้....หากคุณให้ความสำคัญกับความลำบาก....วันนั้นคุณจะแข็งแกร่ง
วันนี้....หากคุณให้ความสำคัญกับการเสี่ยงโชค.....วันนั้นคุณจะไม่มีโชค
วันนี้....หากคุณให้ความสำคัญกับการนอบน้อม....วันนั้นคุณจะได้รับความนอบน้อม
วันนี้....หากคุณให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม....วันนั้นคุณจะหายใจสะดวก
วันนี้....หากคุณให้ความสำคัญกับการฝึกซ้อม....วันนั้นคุณจะเป็นคนมหัศจรรย์
วันนี้....หากคุณให้ความสำคัญกับน้ำใจ....วันนั้นคุณจะมีแต่ผู้คนคอยหยิบยื่นโอกาสดีดีมาให้
วันนี้....หากคุณให้ความสำคัญกับวัตถุ....วันนั้นคุณจะกลายเป็นวัตถุ
วันนี้....หากคุณให้ความสำคัญกับการให้อภัย....วันนั้นคุณจะรัก
8/15/2553
TRANSFORM
ฝนไม่ได้ตกลงมาจากฟ้า แต่ผืนดินดึงดูดเม็ดฝนนั้นให้ร่วงหล่นมา*
มหาสมุทรไม่ได้กว้างขวางจนน่ากลัว เพียงแต่มันกำลังเติมเต็มพื้นผิวบนโลก*
ภูเขาไฟไม่ได้ตั้งใจจะระเบิดออกมาเป็นลาวา แต่เพียงแค่มันอยากโชว์การแสดงที่ตระการตาให้กับผู้ชม*
สิงโตไม่ได้ดุร้าย แต่เพียงแค่มันต้องวางท่าไว้ ใช้ป้องกันตัว*
นกตัวน้อยโบยบินไปในท้องฟ้ามันไม่ได้อ่อนแอขี้ขลาด แต่เพียงแค่มันอยากให้โลกใบนี้มีแต่ความอ่อนโยน*
ต้นไม้ใหญ่ไม่ได้เพียงแค่ต้องการจะให้ร่มเงา แต่มันยังอยากปกป้องชีวิตเหงาๆที่อยู่ด้านล่างด้วย*
ร้อยเรื่องราว หลากวิธีคิด...หลากความหมายที่จะตีความออกมา
มันก็เหมือนกับผู้คนที่มากมายไปด้วยการวางท่า หรือแสดงสิ่งต่างๆออกมา...ต่อผู้คน
การจะเข้าถึงจิตใจใครได้ เราคงต้องจำแลงตัวเอง เพื่อลองเป็นคนๆนั้นหรือสิ่งๆนั้นดู(ในทางความคิด)
แต่เราจะได้คำตอบหรือไม่ มันอยู่ที่ว่าเราจะยอมเปิดใจนั้นให้มันกว้าง แค่ไหนก็เท่านั้นเอง
CHOOSE BY CHOICE ... CHOICE BY CHOOSE

"บน" ใบหน้าที่สวมหน้ากากอารมณ์ ของผู้คนที่เต็มไปด้วยนานาปัญหา.....มันทำให้คนเราเลือกใส่หน้ากากที่หน้าตาโหดร้าย ดูน่ากลัว
บนโลกที่กว้างใหญ่...อณูความรู้สึกที่โหดร้าย เกลียดชัง...มักจะมีอิทธิพลกับผู้คนบนโลก....จนทำให้โลกกลมๆ กลายเป็นโลกเบี้ยวๆไปได้ในพริบตา
ความสามารถของความโหดร้าย เกลียดชัง มันทำให้คนเรา...ลืมตัว ลืมคิด ลืมทุกอย่างในด้านดีดีที่เหลืออยู่
แม้แต่ปัญหาเล็กๆเท่าฝุ่นผง คนเราก็ยังสามารถปั้นมันขึ้น ราวกับว่าฝุ่นผงนั้นมันมีขนาดใหญ่เท่ากับขุนเขา...
มันไม่แปลกที่ทุกคนจะเจอกับเหตุการณ์เช่นนี้.....
.............
"ใต้" ใบหน้าที่สวมหน้ากากอารมณ์ ของผู้คนที่เคยผ่านนานาปัญหามา.....พวกเค้าเหล่านั้น ณ เวลานี้
จะสามารถเลือกหาหน้ากากที่ดูดีมาสวมใส่...ดูน่ารัก อบอุ่น เต็มไปด้วยรอยยิ้มและการให้อภัย..
และบนโลกที่กว้างใหญ่....อณูความรู้สึกแห่งมิตรภาพ มักมีอิทธิพลกับผู้คนบนโลกอีกเช่นกัน....มันทำให้โลกที่เคยเบี้ยวๆ กลับมากลมเหมือนเดิมแถมมีมิติเพิ่มขึ้นด้วย
ความสามารถของมิตรภาพ ทำให้คนเราลืมคิดถึงสิ่งที่ไม่ดี ที่มีอยู่ในตัวบุคคลอื่น หรืออาจทำให้เรามองข้าม หรือทำความเข้าใจ...กับมันซะ
แม้แต่ปัญหาใหญ่ๆเท่าขุนเขา...ก็ยังสามารถแปรสภาพกลายเป็นฝุ่นหรือแม้กระทั่งเป็นธุลีเล็กๆ ที่ดูกี่ทีๆมันแทบจะไม่มีอิทธิพลกับเราเลย
มันไม่แปลกที่ทุกคนจะเจอกับเหตุการณ์เช่นนี้......
...........................
มันไม่แปลกที่ทุกคนจะเจอกับทั้งสองเหตุการณ์นี้...เพราะในชีวิตจริง ...เรื่องที่เราคิดว่าเหลือเชื่อ มันมักจะกลายเป็นเรื่องที่สามารถเกิดขึ้นได้....
และเรื่องที่เราคิดว่าจะไม่มีทางเกิดขึ้นกับเราได้ มันก็จะเกิดขึ้นได้เช่นกัน....
เพราะฉะนั้นแล้ว สิ่งที่ดีที่สุดที่เราจะทำได้ในตอนนี้ คือภูมิคุ้มกันดีดี...ที่เราเองก็สร้างมันขึ้นมาได้...
ภาย "ใต้" หน้ากากอารมณ์...คุณก็เลือกเอาสิ :):):):):):)
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)