ช่วงเวลาเย็นๆ ค่ำๆ เราเพิ่งแยกจากเพื่อนกำลังจะกลับบ้าน..
เป็นที่รู้กันดีว่าเวลาหลังเลิกเรียน หลังเลิกงานนี่...
ทั้งคนทำงาน นักเรียน นิสิต นักศึกษาต่างพากันมุ่งหน้ากลับบ้าน...
พ่อค้าแม่ขายก็พากันเรียกลูกค้ากันไป
ไม้ละ 5 บาทจ้า 2 ไม้ 10 4 ไม้ 20 "ถูกๆเลยจ้า 3 ตัวร้อย"
ลดแหลกจ้า วันนี้วันเดียว ทั้งร้าน 100 บาทเท่านั้น
"ข้าวสวยร้อนๆจ้าถุงละ 5 บาท กับข้าวไม่มีซื้อร้านถัดไปจ้า" ... ฯลฯ
จะพูดง่าย ๆ คือคนเยอะมาก ๆ แค่นั้น เยอะแบบเดินไหล่ต่อไหล่มาจากไหนกันก็ไม่รู้
ทั้งๆที่ช่วงเวลาอื่นมันก็ไม่เห็นจะเยอะกันขนาดนี้ หลุดมาจากไหนกัน
มันเหมือนกับว่าผู้คนกำลังเบียดเสียดกันออกมาสู่อิสรภาพ
ต่อสู้ ฉกชิงวิ่งราวกันออกมาสูดกลิ่นอิสรภาพของวัน (ว่าวันนี้ตรูหลุดพ้นแล้ว) แต่พอออกมาก็ต้องพบกับกลิ่นควันรถอันหอมหวลไม่ชวนดม...
สูดเข้าไปมีแต่คาร์บอนมอนนอกไซด์
จะหาแหล่งอ๊อกซิเจนก็เห็นทีจะยาก เผลอๆได้ดมก๊าซมีเทนของคนข้างๆด้วย
ที่สำคัญคือกลิ่นแบคทีเรียมาผสมกับความอับชื้นของใต้วงแขนแล้วทำปฏิกิริยากลายเป็นกลิ่นเต่านี่สิ แย่สุดๆ ;) 55+
คือ ต้องต่อสู้แย่งชิง ขึ้นรถเมล์กันเป็นว่าเล่นแต่รถโดยสารก็มีหลายประเภทให้เลือก...ทั้งรถเมล์ ธรรมดา ปอ. ยูโร รถตู้ รถแท๊กซี่ มอร์ไซ รถสองแถว ซูบารุ....ซากุระอะไรก็ว่ากันไป..
แต่ที่ฮิตฮอตที่สุดเห็นจะเป็นรถเมล์...วันนี้เราเห็นคนยืนรอรถเมล์หน้ามุ่ยมาก..แต่ละคนหน้าบูดเป็นตูดลิง..
เมื่อไหร่เลขที่ออกจะเป็นทีของตรู สายไหนๆก็ไม่ใช่สายตรู...
อะไรกัน!!...
คือ การรอคอยอะไรนาน ๆ มันจะทำให้คนเราหงุดหงิด คิ้วจะเริ่มขมวดเป็นปม...เหงื่อจะเริ่มไหลหยดย้อยมาตามตีนผม เริ่มหายใจแรง ให้คนข้างๆได้ยิน...
ที่ออกอาการมากหน่อยก็จะมีเสียง
"จิ๊จ๊ะๆ เมื่อไหร่จะมาซะทีวะ บ่นพึมพำ ๆ เบา ๆ" แล้วก็ทำท่าทางชะเง้อแล้วชะเง้ออีกถอนหายใจ...เฮ่อ! ไม่มาซักที...
อ่า! มาแล้ว รถเมล์สายที่เราต้องการมาแล้ว....แต่สิ่งที่เห็นมาไกลๆคือ ความดำมืดของตัวรถเนื่องจากหัวของคนลอยมาเป็นแพ
และสังเกตลักษณะการเอนเอียงของรถแล้วไม่น่าพลาดที่จะไม่มีที่ว่าง...
"เอาวะ! ขึ้นก็ขึ้นอยากกลับจะแย่ละ"...ว่าแล้วก็ก้าวขึ้นไป...
คนเยอะมาก มหาศาล ปิดประตูแทบไม่ได้...เราก็ขึ้นไปด้วยหน้าตาที่เซ็งในอารมณ์สุด ๆ ทั้งร้อน ทั้งเหม็น...
กลิ่นคนข้างๆก็ใช่ย่อย.. เออ...ต้องทนไป นิดเดียว..เดี๋ยวก็ถึง...
"ชิด ในค่าาาาาา ๆๆๆๆๆๆ อย่าเพิ่งล้วงอย่าเพิ่งควักค่าาา ขึ้นมาก่อนเดี๋ยวกระเป๋ารถเมล์หงุดหงิด ท้องยิ่งผูกอยู่ด้วยไม่ได้นั่งส้วมมาหลายวันแล้ว" -*-
เห้ย!! เราได้ยินก็คิดในใจ ไรว๊าาาา ก็ไม่ได้ไรแต่ก็รู้สึกในใจนิดนึง~~
"เชิญ เลยค่าา ขึ้นมาเลย คนเยอะนะคะ รถขาดระยะ คนบริการเอ้ย! คนให้บริการเหนื่อยค่า ขึ้นมาค่ะให้เป็นระเบียบ สามแถวเรียงเลยค่ะ" -*- เออ...รู้สึกดีแฮะ!
"ขึ้นมาเลยค่าๆๆๆ ขึ้นมาเลย ชิดในนะคะ....ไม่ต้องแย่งกันนั่งค่ะ ไม่ต้องแย่งกานนน คนไม่เยอะค่ะแค่ประตูปิดจะไม่ได้อยู่แล้ว เชิญค่ะเชิญ" ;D เราขำในลำคอ
ผู้ชายคนหนึ่งขึ้นมา "เชิญเลยจ้าพ่อรูปหล่อ พ่อทูนหัว ขึ้นมาเลยจ้า" อารมณ์ดีจังแฮะผู้หญิงคนนี้ เราคิดในใจ...
พอคนจะลง..."เชิญจ้าเชิญ ลงไม่หมดเราไม่ไป...ลงไม่ได้เราไม่วิ่ง อย่าเบียดอย่าผลัก ค่อยๆกระดึ๊บๆออกมาจ้า" 555555+
คุณรู้มั้ย ปฏิกิริยาของคนในรถ จากหน้าบูดเป็นตูดลิง ก็เริ่มกลับมาอมยิ้ม หัวเราะคิ๊กคักๆๆๆ
เรามองไปรอบๆ มีแต่คนยิ้มแย้มๆๆๆๆ เพราะชอบลีลาการจ่ายตั๋ว และการบริการของกระเป๋ารถเมล์คนนี้...
"ขึ้น มาเลยจ้า ๆ ขึ้นมาเลย...ดีมากเลยจ้าข้อดีของการเตรียมค่าโดยสารก็ดีแบบนี้ค่าเราจะได้ ไม่เสียการทรงตัว ไม่เอนไม่เอียงไม่อิงไม่แอบคนอื่นนะจ๊าาาาาา" เสียงเธอดังมาก...ได้ยินกันทั่วรถ...
มีแต่คนเต็มไปด้วยรอยยิ้มที่เปื้อนอยู่บนใบหน้า...
เรา ได้ยินข้อความประเภทนี้ ตลอดทาง มันทำให้เราอดยิ้มให้กระเป๋ารถเมล์คนนี้ไม่ได้...เราขึ้นมาอยู่บนรถคันนี้ อย่างมีความสุขมากๆ (จริงๆ) บอกตามตรงว่ามันเหมือนว่าเราได้ผ่อนคลาย
จาก คนที่หน้านิ่วคิ้วขมวดก็เปลี่ยนกลายเป็น นัยน์ตาเริ่มยิ้ม ...บางคนก็ยิ้มออกมาเลย...บางคนหัวเราะออกมาเบาๆด้วยความรู้สึกว่าน่ารักน่า เอ็นดู
เราคิดเลยว่า...เอ่อออ! ดีจังเลย...ถ้าเป็นอย่างนี้ การกลับบ้านของเรามันก็คงไม่น่าเบื่ออีกต่อไป...มีคนมาแจกจ่ายความสุขแบบนี้ มันทำให้เรารู้สึกดีมากๆ
ทำให้เราได้ยิ้ม ท่ามกลางความหงุดหงิด ทำให้เราได้หัวเราะ ท่ามกลางบรรยากาศของการเร่งรีบ...
พอถึงป้ายเราจะลง เราคิดในใจว่า...เราขอนั่งต่อไปอีกหน่อยได้ไหม...~ แล้วยิ้มออกมาด้วยความรู้สึกอิ่มใจ ^^