12/10/2553

FALLING




ทางเดินของคนเรา
ไกลแสนไกล

ต้นไม้กำลังผลิใบ
และส่วนหนึ่งที่ร่วงหล่น
กลายเป็นใบไม้แห้งเหนือพื้นดิน

คนเราไม่ต่างจากต้นไม้
เมื่อหยั่งรากลึก
ก็ล้มยาก

หากไม่ขาดอาหารและน้ำ
แสงแดด
และอ๊อกซิเจน

หากมีไส้เดือน
คอยมาพรวนดินให้
คงแข็งแรงพอดู

หากมีฝนชุ่มฉ่ำโปรยปราย
คงจะยิ้มร่า ดื่มด่ำน้ำฝน
เต้นรำไปพร้อมกับมัน

เติบโต เติบโต เติบโต
เติบโตขึ้นพร้อมกับเริ่มผลิใบ
ใบแล้วใบเล่า ใบอ่อน ใบแก่ จนร่วงหล่นไป

ออกดอก ผลิดอก สวยงาม
ดอกไม้เติบโต บนกิ่งก้านต้นไม้
สวยงาม น่าชม

ดอกไม้แก่ กำลัง แปรเปลี่ยน
กลายเป็นผล ผลผลิตของต้นไม้
ที่ยืนตะหง่านอยู่ที่พื้นนั่น

ผลอ่อน ผลแก่ กำลังสุกงอม
ช่างหวานหอม ชื่นใจ
หากได้ลิ้มลอง

หากทว่าผลแก่ๆ ยังคงสุกงอมอยู่บนต้น
ก็คงจะแห้งเหี่ยวไป แล้วร่วงโรย
ลงสู่พื้นดิน

กลายเป็นสิ่งกำเนิดสิ่งใหม่
หากทว่าเป็นสิ่งกำเนิดชนิดเดิม


รูปร่างหน้าตา
ก็คงไม่ต่างไปมาก
จากเดิม

แต่จะต่างก็เพราะสภาพอากาศ
แสงแดด ฝน อ๊อกซิเจน ไส้เดือน
จะไม่มีอีกต่อไป

หากไม่มี ต้นไม้ คงไม่ยืนต้น
รากคงไม่สามารถ
หยั่งลึก ลงดิน

กลับต้องล้มลง นอนลง เหนือพื้นดิน
ที่แห้งกร้าน
ไร้ชีวิตชีวา และความชุ่มชื้น

ไม่ต่างจากคน ที่ต้องล้มลง
เฉกเช่นตายทั้งเป็น
หากหาอาหารทางใจไม่เจอ

คงต้องล้มทั้งยืน
หรืออาจตายไป
กับความห่อเหี่ยว และทุกข์ระทม

ไม่อยากตายไป
อย่างคนมีทุกข์


ก็ต้องหาอาหาร มากิน

หาความสุขมาเติม
หาชีวิต มาเรียนรู้
หาเสียงเพลง มาร้องรำ

หาความหมาย ของการมีอยู่
หาความหมายของการดำรงอยู่
หาความทุกข์ มาเป็นภูมิคุ้มกัน
หาความไม่แน่นอน มาเป็นการเรียนรู้

แล้วจงใช้ชีวิต
อย่างสุข
จากสิ่งที่ได้ค้นพบ...บนต้นไม้นั่น
ต้นไม้ของเรา

10/09/2553

Wings

ไม่รู้ว่าสิ่งไหนในชีวิตที่เราขาดไปบ้าง...

ขาดปีกที่จะโบยบิน ขาดเสียงหัวเราะเพื่อสร้างความขบขัน ขาดความไมตรีจิตที่จะให้ผู้อื่นได้รักและสนองตอบมา

ขาดร่างกายที่แข็งแรงเพื่อดำรงอยู่ได้ตราบนานเท่านาน...ขาดคำพูดอันละมุนละม่อมเพื่อทะนุถนอมคนที่เรารัก

ขาดการเคลื่อนไหวที่ไม่หลงทาง...ขาดเงินทองที่มั่งมี

ขากการรักษาเนื่องจากมีบาดแผล...ขาดเวลาในการไตร่ตรองถี่ถ้วน....ขาดความสุขเพื่อลิ้มลองความทุกข์

ขาดความสามารถที่โดดเด่นเพื่ออยู่เหนือผู้อื่น...ขาดเวตมนต์เพื่อใช้หายตัวข้ามเวลาไปไหนมาไหนในที่เราต้องการ

ไม่รู้ว่าอะไรที่เราขาดหรือสิ่งที่เราต้องการ...

แต่จะมีมันไว้ทำไม หากมีสิ่งที่ต้องการ แต่หากขาดคนเข้าใจ ขาดคนเคียงข้าง.....

สู้เราเจ็บปวดได้ ยิ้มได้ ร้องไห้เป็น...มันคงดีกว่า หากมีคนเข้าใจเราอย่างถ่องแท้

จะมีไปทำไม หากเวลาเศร้าแล้วไม่มีใครคอยโอบกอด...

จะมีไปทำไม หากเมื่อเราหกล้ม ไม่มีคนคอยประคอง

จะมีไปทำไมหากเมื่อเจ็บปวด เมื่อร้องไห้ไม่มีคนคอยซับน้ำตาและปลอบโยน...

ใจเราที่ทรมาน อาจเพราะไม่รู้ว่าอะไรคือสิ่งที่ขาดหายไป...

แต่นั่นมันคงไม่จำเป็นอีกต่อไป...หากเพียงรู้แค่ว่าเราจะอยู่อย่างไร ?

ถึงได้รับสิ่งที่เยี่ยมยอดไป แต่หากต้องอยู่เพียงลำพัง นั่นจะมีประโยชน์อะไร...

ไร้ซึ่งความปิติยินดี ไร้ซึ่งรอยยิ้มและความอบอุ่น

จากคนที่เราสามารถนั่งมองท้องฟ้าไปด้วยกัน...โอบอุ้ม ประคับประคองชีวิตไปด้วยกัน จูงมือ เดินไปในทางที่ธรรมดา

แต่หากเปี่ยมไปด้วยความสุขบนความธรรมดาที่มหัศจรรย์...

สิ่งที่เราต้องการ สิ่งที่เราอยากได้...นั่นคงไม่จำเป็นอีกต่อไป...

หากเราได้บินไปพร้อม ๆ กับปีกอีกนานานับปีกที่พร้อมที่จะโบยบินไปกับเราจนสุดทาง

...



9/25/2553

Understanding & open minded



คนใจดำหยาบกร้าน................................................โหดร้าย
มักถากถางใจกาย................................................ดับดิ้น
ประดุจดั่งหนามร้าย................................................มาห่ม
ปักที่อกแดดิ้น................................................เจ็บช้ำ หนักหนา

สายตาหยุดขุดคุ้ย................................................ปากถาง
คำก่นชะโลมราง................................................หม่นไหม้
ขุดด้วยปากสรรค์สร้าง................................................เพียงแค่ เอน็จใจ
ครั้นถากตายิ่งไซร้................................................เยี่ยงนี้ จองหอง

คนเป็นคนเพลี่ยงพล้ำ................................................ใช่ผิด
หากไม่หมายไล่ขวิด................................................จึ่งใช้
ให้แปลเปลี่ยนนอบน้อม................................................ตรองก่อน พูดไป
คำก่นด่านั่นไซร้................................................เปลี่ยนสิ้น แปรผัน

เอาใจเขาใส่ไว้................................................ใจเรา
หากไม่ทำอาจเศร้า................................................หม่นไหม้
โบราณสั่งกระเซ้า................................................ไม่ห่อน น้ำใจ
ถึงที่คับอยู่ได้................................................ไม่ต้อง แสนแพง

หยุดจิตใจหยาบกร้าน................................................คารม
ก่นด่าเลิกนิยม................................................อ่อนน้อม
ทำให้ดุจดั่งสม................................................ขานสนับ จิตนา
ใจไม่คดนอบน้อม................................................อยู่ด้วย สัตย์ศีล


(25/09/2010)




9/20/2553

BUTTERFLY


On the wall of deceptive also have something to hide and that is lie, In the water of turbid also have something to hide and that is dust, In the air of carbon dioxide also have something to hide and that is oxygen, In the door of impasse also have something to hide and that is exit. Nowadays, you can touch and you can learn everything in every single day by yourself 'cause it'll happen with you all the time not for anything in the world you can meet it! Although it is a bad way or good way, but every way have more exit I make sure that it is going to be alright 'cause you will learn and grown up in every second. Same as the butterfly before will be the butterfly it must be chrysalis and definitely sure it will have to practice to spread the wings, flap and at last fly. It will fly away and grab on the flower to drink some nectar to save themselves and stay alive. And they couldn't know that what's going on in front of them, but they are must be strong, step on and living for the future.For the butterfly are not gone and not disappear, but it still stays in this world forever. Yes, maybe sometimes they will give ups, but they are not made them discourage to stay and fly away. And same as us!

THE HUMAN!!DON'T GIVE uP

9/17/2553

THANKS


I really love this song ^^




When we're beginning to pretend it'll be our inborn trait and we couldn't stop it! Because we'll love and be mad about it. Increasingly of pretending we'll get lost and have no soul and then we'll become to be the greatest liar and hard to withdraw from that terrible thing! We'll wallow with the delude world that we're built in our paradise. We're combining between the real word and our delude terrible world that we're made! So, the best thing that we can do for everyone is be sincere, be honest and smile on your face the beautiful friendship will be arise. And the worth of beautiful friendship is a lot of powerful and have more feeling in it. So, we are going to do something is properly and don't forget to be ourselves otherwise. We are not and never touch it!





^___________________________________________________________^

THANKS


I saw the sunrise on the east: I saw the birds flown on the sky: I saw the fish are swam in the river: I saw the trees grown-up from the seeds, but I saw the most people are lies. I knew that the nature never lies, but they are differences from the people. Well, I don't mind. Myself and everyone used to be like that. But at the same times the most people are always pretending to ourselves. Why?

If we were paid attention to listen to the sounds of ourselves we'll knew in suddenly that "Yea! I was" and always we were. And that's true because the lying will happen with everyone in this world so, do not mind with them, but they try to deny when it's not needless, but if you can't deny just do it. You have to be confident that it won't hurt the others just that it's going to be alright. And you will understand with the nature of life and you will see the answer of the living.

..

and...

When you cry you have thought that I am strong

When you weak, you have thought that I am a Superman/woman

When you give up, you have thought that I am the winner

When you almost died, you have thought that I am the lucky person that was born in this world and could stay alive until the last breath and smile on your face before you died.


9/09/2553

เคว้ง




เคว้ง

จากเวลาทุกคืน อีกนานเท่าไรที่เราจะลืม

ฝืนตัวเองให้หยุด ฝืนตัวเองให้ทำเป็นเหมือนไม่มีอะไร

ลืมทุกอย่างที่เคยเป็นเธอ


ก่อนจะนอนทุกคืน เธอจะดึงหมอนเรามาวางติดกัน

ทุกๆเช้าที่ตื่น ฉันจะโดนเธอฉุดเสมอให้ลุกจากเตียง

ทำทุกอย่างที่กวนโมโห


อย่างนี้แล้วฉันจะลืมอยางไร ฉันไม่มีแรงพอจะเดินไปไหน

ได้แต่ถามตัวเองว่า เพราะอะไร ทุกวันที่เคยมี

อยู่ดีดีก็หายกลายเป็นแค่อดีต

ฉันต้องการคำตอบ



อย่างนี้แล้วฉันจะลืมอย่างไรฉันไม่มีแรงพอจะเดินไปไหน

ได้แต่ถามตัวเองว่า..เพราะอะไร ทุกวันที่เคยมีอยู่ดีดีก็หาย

กลายเป็นแค่อดีต

ฉันต้องการคำตอบ

9/05/2553

LIFE


ชีวิตคนเรา

ปกติธรรมดา

จะพิเศษก็เมื่อเราทำให้มันเป็น


เกิดมาทำไม

ใครบ้างตอบได้

ไม่มีหรอก


ย้อนกลับมาถามว่า

อยู่ไปเพื่ออะไรมากกว่า

หามันให้เจอ


ต้นไม้ใบหญ้าสิ่งที่เป็นธรรมชาติ

เมื่อไม่ขาดแคลน

เราไม่เห็นว่าสำคัญ


เหมือนขาดสิ่งบางสิ่งในชีวิตไปที่เราคิดว่าไม่สำคัญ

แล้วเพิ่งเล็งเห็นว่าสำคัญ

ก็ต่อเมื่อมันขาดหาย


ชีวิตออกผจญภัย

บนความวุ่นวายของผู้คน


ความเงียบงัน

สวมบทเป็นผู้กำกับ


ปล่อยให้ความสับสนวุ่นวาย

สวมบทเป็นนักแสดงนำและดำเนินเรื่อง


บ้างจบลงสวยงาม

บ้างจบลงด้วยคราบน้ำตา


ชีวิตออกไปสู่ความท้าทาย

และอันตราย

ผู้คนอลหม่านว้าวุ่น


สิ่งที่พบเห็น

เป็นเพียงภาพลวงตา

จากการปกป้องตนเองของผู้คน


ความเสี่ยง

ช่วยให้เราไม่เสี่ยง

ถ้าไม่เสี่ยงก็ไม่เรียนรู้


สมองสั่งงานคอยเตือน

ถึงจุดสูงสุด


ความอดทนมีจำกัดในผู้คน

และพร้อมต่อสู้เมื่อจนตรอก


ใบไม้ไม่กระดิก

ไม่มีอากาศสดชื่น

ไว้สูดดม


สิ่งต่างๆหมุนไปรอบๆดำเนินไปเรื่อยๆ

เช่นเดียวกับโลก

ก็ต้องหมุนไปเช่นกัน


หมุนไปเจอสิ่งเลวร้าย

หมุนไปเจอดาวเคราะห์ดวงอื่น

แล้วพบปะกัน


มิตรภาพเกิดขึ้น

ไปพร้อมกับความวุ่นวาย

สองสิ่งเคียงคู่กันเสมอ


ความจริงเคียงคู่กับความเท็จ

เบื้องหน้าเคียงข้างกับเบื้องหลัง


ความเชื่อ

โอบกอดสิ่งเร้นลับ


ความตายกอดคอ

ไปกับความเจ็บปวด

เวลาไม่เคยตาย


เช่นเดียวกับอากาศ

มีแต่มันจะหมดไป

หรือมีใครทำให้มันแปรสภาพ

กลับกลายเป็นสิ่งเลวร้าย

ที่คอยมาทำร้ายตัวเรา


ชีวิตเป็นสิ่งที่สวยงาม

ชีวิตเป็นสิ่งที่ธรรมดา

แต่ชีวิตมีความพิเศษ


ความเจ็บปวด

ความสวยงาม

ความราบเรียบ


เป็นเพียงองค์ประกอบ

ของเศษเสี้ยวของชีวิต


เรายังไม่รู้จักมัน

ได้ทั้งหมด

ต่อเมื่อตายก็ยังไม่หมด


มิติที่มองเห็นได้

พบกับมันได้เพียง

ในประสบการณ์

ที่เราได้เรียนรู้ได้สัมผัส


มองชีวิตให้มันเป็น

เฉกเช่น

สิ่งที่เราอยากให้เป็น


มองให้อยู่ในปัจจุบัน

แล้วแก้ไขไปทีละนิด


ทำความดีแล้วมันสบายตัว

รวมไปด้วย ว่า

สบายใจ


ไปมองดูกระจก

แล้วขอบคุณตัวเอง

เห้ย! เรามันคือสิ่งวิเศษณ์


ขอบคุณพ่อแม่

ทำให้เราเกิดมา


มิเช่นนั้น

เราจะวิเศษณ์

ได้ขนาดนี้หรอ


ไม่มีสิ่งมีชีวิตชนิดไหน

ไม่มีความสุข


ไม่มีสิ่งมีชีวิตชนิดไหน

ไม่พบกับความทุกข์และปัญหา


แต่เรามีสิ่งหนึ่ง

คือปัญญา

ช่วยแก้ไข


ปัญญาไม่ได้เกิดจากการศึกษา

แต่มาจาก ศีล สมาธิ

แล้วจึงเกิดปัญญา


ปัญญาที่ดี

ต้องมีความสร้างสรรค์

สรรค์สร้างสิ่งที่ดีให้บังเกิด


ขอบคุณความคิดดีดี

ขอบคุณคนดีดี

ขอบคุณสิ่งดีดี


ที่ทำให้โลกเราน่าอยู่

ทำให้ทุกๆวันกินข้าวได้อร่อย

ทำให้ฟังเพลงแล้วมันไพเราะ


แล้วเราจะหลงรักมัน

ชีวิต!


9/03/2553

ความเหงาบนผืนหญ้าแห้ง

ในห้วงแห่งจินตนาการอันโลดแล่น สิ่งที่ก้าวเข้ามาในหัวคือ ความกว้างใหญ่ของผืนหญ้าที่แห้งเหี่ยว โดดเดี่ยวและเคว้งคว้าง

สิ่งที่ก้าวออกไปจากหัวคือ ความสนุกสนาน ความอบอุ่นและรอยยิ้ม...

มันถูกร้อยเรียงไปด้วยคำถามคำเดียวที่ว่า ทำไม ?

ในมุมๆหนึ่งของสนามหญ้าอันเหี่ยวแห้ง....นั่งคุดคู้ อยู่เพียงลำพัง....จ้องมองนกโบยบินไปมาบนท้องฟ้า...มโนภาพในหัวคิดถึงเม็ดฝน อันชุ่มฉ่ำ หอมหวาน และแสงแดดอุ่นๆ อุ่นสบายและนุ่มนวล

แต่ตอนนี้มีเพียงฝนหยดเล็ก ๆ เพียงไม่กี่หยดที่ไหลออกมาจากสิ่งที่ใช้มองดู ซึ่งเราเรียกกันว่าดวงตา

ความเหงาโอบกอดร่างกาย ถ่ายทอดความเยือกเย็นมาสู่ชั้นผิวหนังอย่างช้าๆ....ราวกับว่าความเหงามันอยากช่วยให้ความอบอุ่น แต่หาไม่!

...มันกลับหนาว หนาว หนาว แล้วก็หนาวขึ้นทุกทีๆ จะดิ้นก็ดิ้นไม่หลุด ...

ในขณะเดียวกัน ตัดสินใจ ลุกขึ้นยืน ยืนขึ้นด้วยขาที่อ่อนแรง...เดินโซซัดโซเซ...เดินไปท่ามกลางผืนหญ้าอันกว้าง ใหญ่ มองหาสิ่งที่อบอุ่น....จ้องมองขึ้นฟ้า...มองหาดวงอาทิตย์

รู้สึกสับบสน...กับสิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวเอง...ความเหงาครอบงำจิตใจ ลมพัด ต้นไม้ปลิว...นกโบนบิน ไม่ได้ช่วยให้ภาพที่ได้เห็นนั้น สวยงามขึ้นมาเลย...

ความสวยงามจากธรรมชาติ มันหายไปไหนหรือ ? .... ทบทวนถามตัวเอง...ถึงสิ่งที่เกิดขึ้น !

มุมมองที่สดใส กลับ มืดมน เพราะเจ้าความเหงาตัวเดียว มันโดดเดี่ยวและไร้ที่พึ่งพิง....สองมือและสองแขนโอบกอดร่างกาย น้ำตาไหลริน...

บอกตัวเองว่า ต้องวิ่ง...วิ่งไปข้างหน้า เพื่อให้น้ำตามันไปข้างหลัง ... ~


วิ่งไปข้างหน้า วิ่งๆๆๆ วิ่งอย่าหยุด...วิ่งจนกว่าน้ำตาจะแห้งเหือดไป....! จนเหลือแต่คราบน้ำตาขาวๆ ที่ละเลงอยู่บนผิวหน้า......

หวังว่า..ไม่นาน ฝนจะพรำ แสงแดดจะทอประกาย...ก้อนเมฆจะสวยงามเฉกเช่นปุยนุ่นหอม ๆ .....มันจะเกิดขึ้นแน่ๆ อีกในไม่ช้านี้....

8/25/2553

SHARED

ช่วงเวลาเย็นๆ ค่ำๆ เราเพิ่งแยกจากเพื่อนกำลังจะกลับบ้าน..

เป็นที่รู้กันดีว่าเวลาหลังเลิกเรียน หลังเลิกงานนี่...

ทั้งคนทำงาน นักเรียน นิสิต นักศึกษาต่างพากันมุ่งหน้ากลับบ้าน...

พ่อค้าแม่ขายก็พากันเรียกลูกค้ากันไป

ไม้ละ 5 บาทจ้า 2 ไม้ 10 4 ไม้ 20 "ถูกๆเลยจ้า 3 ตัวร้อย"

ลดแหลกจ้า วันนี้วันเดียว ทั้งร้าน 100 บาทเท่านั้น

"ข้าวสวยร้อนๆจ้าถุงละ 5 บาท กับข้าวไม่มีซื้อร้านถัดไปจ้า" ... ฯลฯ

จะพูดง่าย ๆ คือคนเยอะมาก ๆ แค่นั้น เยอะแบบเดินไหล่ต่อไหล่มาจากไหนกันก็ไม่รู้

ทั้งๆที่ช่วงเวลาอื่นมันก็ไม่เห็นจะเยอะกันขนาดนี้ หลุดมาจากไหนกัน

มันเหมือนกับว่าผู้คนกำลังเบียดเสียดกันออกมาสู่อิสรภาพ

ต่อสู้ ฉกชิงวิ่งราวกันออกมาสูดกลิ่นอิสรภาพของวัน (ว่าวันนี้ตรูหลุดพ้นแล้ว) แต่พอออกมาก็ต้องพบกับกลิ่นควันรถอันหอมหวลไม่ชวนดม...

สูดเข้าไปมีแต่คาร์บอนมอนนอกไซด์

จะหาแหล่งอ๊อกซิเจนก็เห็นทีจะยาก เผลอๆได้ดมก๊าซมีเทนของคนข้างๆด้วย

ที่สำคัญคือกลิ่นแบคทีเรียมาผสมกับความอับชื้นของใต้วงแขนแล้วทำปฏิกิริยากลายเป็นกลิ่นเต่านี่สิ แย่สุดๆ ;) 55+

คือ ต้องต่อสู้แย่งชิง ขึ้นรถเมล์กันเป็นว่าเล่นแต่รถโดยสารก็มีหลายประเภทให้เลือก...ทั้งรถเมล์ ธรรมดา ปอ. ยูโร รถตู้ รถแท๊กซี่ มอร์ไซ รถสองแถว ซูบารุ....ซากุระอะไรก็ว่ากันไป..

แต่ที่ฮิตฮอตที่สุดเห็นจะเป็นรถเมล์...วันนี้เราเห็นคนยืนรอรถเมล์หน้ามุ่ยมาก..แต่ละคนหน้าบูดเป็นตูดลิง..

เมื่อไหร่เลขที่ออกจะเป็นทีของตรู สายไหนๆก็ไม่ใช่สายตรู...

อะไรกัน!!...

คือ การรอคอยอะไรนาน ๆ มันจะทำให้คนเราหงุดหงิด คิ้วจะเริ่มขมวดเป็นปม...เหงื่อจะเริ่มไหลหยดย้อยมาตามตีนผม เริ่มหายใจแรง ให้คนข้างๆได้ยิน...

ที่ออกอาการมากหน่อยก็จะมีเสียง

"จิ๊จ๊ะๆ เมื่อไหร่จะมาซะทีวะ บ่นพึมพำ ๆ เบา ๆ" แล้วก็ทำท่าทางชะเง้อแล้วชะเง้ออีกถอนหายใจ...เฮ่อ! ไม่มาซักที...

อ่า! มาแล้ว รถเมล์สายที่เราต้องการมาแล้ว....แต่สิ่งที่เห็นมาไกลๆคือ ความดำมืดของตัวรถเนื่องจากหัวของคนลอยมาเป็นแพ

และสังเกตลักษณะการเอนเอียงของรถแล้วไม่น่าพลาดที่จะไม่มีที่ว่าง...

"เอาวะ! ขึ้นก็ขึ้นอยากกลับจะแย่ละ"...ว่าแล้วก็ก้าวขึ้นไป...

คนเยอะมาก มหาศาล ปิดประตูแทบไม่ได้...เราก็ขึ้นไปด้วยหน้าตาที่เซ็งในอารมณ์สุด ๆ ทั้งร้อน ทั้งเหม็น...

กลิ่นคนข้างๆก็ใช่ย่อย.. เออ...ต้องทนไป นิดเดียว..เดี๋ยวก็ถึง...

"ชิด ในค่าาาาาา ๆๆๆๆๆๆ อย่าเพิ่งล้วงอย่าเพิ่งควักค่าาา ขึ้นมาก่อนเดี๋ยวกระเป๋ารถเมล์หงุดหงิด ท้องยิ่งผูกอยู่ด้วยไม่ได้นั่งส้วมมาหลายวันแล้ว" -*-

เห้ย!! เราได้ยินก็คิดในใจ ไรว๊าาาา ก็ไม่ได้ไรแต่ก็รู้สึกในใจนิดนึง~~

"เชิญ เลยค่าา ขึ้นมาเลย คนเยอะนะคะ รถขาดระยะ คนบริการเอ้ย! คนให้บริการเหนื่อยค่า ขึ้นมาค่ะให้เป็นระเบียบ สามแถวเรียงเลยค่ะ" -*- เออ...รู้สึกดีแฮะ!

"ขึ้นมาเลยค่าๆๆๆ ขึ้นมาเลย ชิดในนะคะ....ไม่ต้องแย่งกันนั่งค่ะ ไม่ต้องแย่งกานนน คนไม่เยอะค่ะแค่ประตูปิดจะไม่ได้อยู่แล้ว เชิญค่ะเชิญ" ;D เราขำในลำคอ

ผู้ชายคนหนึ่งขึ้นมา "เชิญเลยจ้าพ่อรูปหล่อ พ่อทูนหัว ขึ้นมาเลยจ้า" อารมณ์ดีจังแฮะผู้หญิงคนนี้ เราคิดในใจ...

พอคนจะลง..."เชิญจ้าเชิญ ลงไม่หมดเราไม่ไป...ลงไม่ได้เราไม่วิ่ง อย่าเบียดอย่าผลัก ค่อยๆกระดึ๊บๆออกมาจ้า" 555555+

คุณรู้มั้ย ปฏิกิริยาของคนในรถ จากหน้าบูดเป็นตูดลิง ก็เริ่มกลับมาอมยิ้ม หัวเราะคิ๊กคักๆๆๆ

เรามองไปรอบๆ มีแต่คนยิ้มแย้มๆๆๆๆ เพราะชอบลีลาการจ่ายตั๋ว และการบริการของกระเป๋ารถเมล์คนนี้...

"ขึ้น มาเลยจ้า ๆ ขึ้นมาเลย...ดีมากเลยจ้าข้อดีของการเตรียมค่าโดยสารก็ดีแบบนี้ค่าเราจะได้ ไม่เสียการทรงตัว ไม่เอนไม่เอียงไม่อิงไม่แอบคนอื่นนะจ๊าาาาาา" เสียงเธอดังมาก...ได้ยินกันทั่วรถ...

มีแต่คนเต็มไปด้วยรอยยิ้มที่เปื้อนอยู่บนใบหน้า...

เรา ได้ยินข้อความประเภทนี้ ตลอดทาง มันทำให้เราอดยิ้มให้กระเป๋ารถเมล์คนนี้ไม่ได้...เราขึ้นมาอยู่บนรถคันนี้ อย่างมีความสุขมากๆ (จริงๆ) บอกตามตรงว่ามันเหมือนว่าเราได้ผ่อนคลาย

จาก คนที่หน้านิ่วคิ้วขมวดก็เปลี่ยนกลายเป็น นัยน์ตาเริ่มยิ้ม ...บางคนก็ยิ้มออกมาเลย...บางคนหัวเราะออกมาเบาๆด้วยความรู้สึกว่าน่ารักน่า เอ็นดู

เราคิดเลยว่า...เอ่อออ! ดีจังเลย...ถ้าเป็นอย่างนี้ การกลับบ้านของเรามันก็คงไม่น่าเบื่ออีกต่อไป...มีคนมาแจกจ่ายความสุขแบบนี้ มันทำให้เรารู้สึกดีมากๆ

ทำให้เราได้ยิ้ม ท่ามกลางความหงุดหงิด ทำให้เราได้หัวเราะ ท่ามกลางบรรยากาศของการเร่งรีบ...

พอถึงป้ายเราจะลง เราคิดในใจว่า...เราขอนั่งต่อไปอีกหน่อยได้ไหม...~ แล้วยิ้มออกมาด้วยความรู้สึกอิ่มใจ ^^

8/17/2553

RAIN 2/07/2010 in the morning


วันนี้ลืมตาตื่นขึ้น......พร้อมกับ



สายฝนในยามเช้า....เย็นชุ่มฉ่ำเต็มไปด้วยความรู้สึกมากมายจากหลากหลายผู้คน

นกน้อย......กอดตัวเองอยู่ในรัง..... นอนหนาวเหน็บ และกอดกันอยู่ในครอบครัวเล็ก ๆ ตัวสั่นและขนพอง แต่ไม่แคล้วจะเตรียมตัวออกโผบิน

ต้นไม้ใหญ่....ยืนนิ่งตระหง่าน ไม่กระดุกกระดิกและไม่ไหวติงใดใด แลดูแข็งแกร่งและมั่นคง

ดวงอาทิตย์ ..... เจ้าไปแอบอยู่ที่ใด ทำไมเวลานี้ ถึงได้ซ่อนไปไกลนัก

ดวงจันทร์....เรายังไม่มีบทบาทในตอนนี้ เพราะแม้แต่ดวงอาทิตย์ยังเอาแต่หลบซ่อนตัว อยู่ในมุมใดมุมหนึ่งของจักรวาล

แสงแดดยามเช้า.....ไม่มีแม้แต่อณูใดใด ที่จะมาเพิ่มความร้อน และช่วยโอบอุ้มความอบอุ่นให้แก่พื้นโลก

พื้นดิน....ส่งกลิ่นหอมแบบแข็งแกร่งเมื่อสายฝนตกกระทบ และสะท้อนกลับกลายเป็นโคลนตม

หนาวเหน็บ....หนาวเหน็บแต่อบอุ่น หดหู่แต่สดใส เต็มไปด้วยเรื่องราวที่ยากต่อการอธิบาย

ผู้คน...สับสนรวนเร...รีบเร่ง หงุดหงิด และมากไปด้วยอารมณ์และสีหน้า

หมาน้อย....นอนหลับอยู่ใต้หลังคา ไม่สนใจแม้เสียงเจ้าของเรียก บ้างเห่าบ้างหอน ตามสภาพ

ชิงช้าในสวน.....ว่างเปล่า เปียกชื้น แทบไม่มีใครอยากเข้าไปนั่ง ผิดกับยามแสงแดดอุ่นๆ ที่เด็ก ๆ แย่งกันวิ่งไปนั่งจนแทบพังลงมา

ก้อนหิน.....สดใส เริงร่า หัวเราะ ไปกับบรรยากาศที่สดชื่นสดใส แต่ก็ไม่แคล้วที่จะเสียใจ เมื่อสายฝนจะต้องมากัดเซาะตัวตนของมันออกไป ทีละเล็ก - ทีละน้อย

ใบไม้แห้ง....ชุ่มฉ่ำขึ้นกว่าตอนร่วงหล่นลงจากต้น จะไม่ได้ยินเสียง "กรอบแกรบ" อีกต่อไป ทำให้ตัวมันแตกสลายช้าลงจากการโดนเหยียบย่ำ เพราะได้รับไออุ่นจากเบื้องบนแม้จะเป็นความหนาวเหน็บของสายฝน ก็ตาม...

ทุ่งหญ้า.....ยิ้มร่า ร้องเพลงกัน หัวเราะกัน พูดคุยกันเรื่องต่างๆนาๆ มองดูน่ารัก สดชื่น มีหยดฝนค่างเติ่งอยู่ข้างบน มองดูสดใสน่ารัก คล้ายกับกำลังเปิดฟลอเต้นรำ

สายลม....สายลมอ่อนๆ พัดไปมาเป็นระยะๆ เอากลิ่นฝน กลิ่นดิน กลิ่นหญ้า ลอยคละคลุ้งไปในอากาศ ....

ก้อนเมฆ.....เบียดเสียด อึดอัด...บึ้งตึง และทุกข์ระทม แต่มากไปด้วยการปลดปล่อย

อากาศ.....สิ่งที่หนาแน่นและผ่อนคลาย....เป็นสื่อกลางของสรรพสิ่งบนโลก เต็มไปด้วยความสามารถ มองไม่เห็นได้ด้วยตาเปล่าแต่สามารถสัมผัสและรู้สึก มันคือสิ่งที่สำคัญที่สุดที่ทุกสิ่งขาดไม่ได้

เสียงเพลง....เสียงเพลงจากนกน้อย สายลม พื้นดิน ต้นไม้ ก้อนหิน ใบไม้แห้ง ทุ่งหญ้า ดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ อากาศ...ร่วมกันบรรเลงเพลงที่ยิ่งใหญ่ในเวทีแห่งจักรวาล จนกลายเป็นบรรยากาศต่าง ๆ บนพื้นโลก...




** สายฝนในยามเช้า ไม่นานก็คงมีแสงแดดอุ่น ๆ แทรกตัวเข้ามา....

ทำให้บรรยากาศบนโลกอุ่นขึ้น จนทำให้น้ำภายในร่างกายจะต้องแทรกซึมออกมาตามรูขุมขนและหยดไหลไปตามร่างกาย ....พร้อมด้วยแสงเจิดจ้า ที่เรามองดูแล้วจะต้องหยีตา

สภาพต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นบนพื้นโลก หรือแม้แต่เกิดขึ้นในจักรวาล ... มันจะเกิดขึ้นและจบลงและจะกลับมาใหม่เหมือนเป็นลูกโซ่

ค้นหาให้เจอ ถึงสิ่งที่สวยงามที่สุดตามสภาพที่เกิด....หากลิ่นหอม ๆ รอยยิ้มสวย ๆ เสียงเพลงเพราะ ๆ จากสิ่งที่ธรรมชาติสร้างขึ้น....ท่าทางจะสุขใจ : )

MY POEM



~ This is my poem but long time ago can't remember but i wrote when i thought something that happen in this world by the human race...it's a lot of greatest liar and pretending so, i felt gloomy in it! :"( ~

8/16/2553

LOVE STORY


ล้มลุกคลุกคลาน สุดจะบรรยาย.....ชีวิตคน

วันหนึ่งเราก็นั่งคิดว่า การอยู่โดยปราศจากคนที่เรารักจะทรมานสักแค่ไหน เรานั่งมองหน้า ยายของตัวเอง...

เราเคยถามว่า...ยาย ๆ ตอนที่ตาเสียแรก ๆ ยายเหงามั้ย เศร้ามั้ย ยายรู้สึกยังไง ?

หลังจากที่ตาเสียมาได้ 10 กว่าปี...ยายก็ตอบว่า...ยายทรมานมาก ในตอนแรก สิ่งที่คิดไว้ด้วยกัน สิ่งที่วาดภาพต่าง ๆ ไว้ด้วยกันมันถูกทำลายด้วยโรคร้าย

และการที่อยู่อย่างโดดเดี่ยว มันก็ทำให้ขาของยาย ยืนแทบไม่ไหว...ใจอ่อนแอไม่ต่างจากโรคที่พรากตาไปจากยายเลย

ยายบอกกับเราว่า...ตาเป็นผู้ชายที่ดีที่สุดสำหรับยาย...ยายภูมิใจมาก ๆ ที่ได้สร้างครอบครัวและมีลูกสาวที่น่ารักที่สุดด้วยกัน 2 คนกับตา

ตาเป็นพ่อที่ดีมาก...และไม่เคยทำให้ยายต้องเสียใจ หรือผิดหวัง

เราเลยถามว่า ยายร้องไห้หนักแค่ไหน...ยายเศร้านานไหม ?

ยายตอบว่า...ยายร้องจนไม่มีน้ำตาให้ไหลออกมาเลย....และจะเรียกได้ว่าเศร้าที่สุดในชีวิตก็เป็นได้...

แต่ยายบอกว่า การจากลาของยายกับตา มันอาจจะดูเศร้าก็จริง แต่เราจากลากันด้วยความรัก ยายไม่เคยรู้สึกโทษโชคชะตาเลยที่ต้องมาพรากตาไปเร็วอย่างนี้...

ยายอบอุ่นเสมอที่มีตาอยู่ด้วย....ยายคิดว่าก็ยังดีกว่าการที่เราจะต้องจากกันด้วยเรื่องที่ไม่ดี ยายบอก!

ยายบอกกับตาว่ายายจะไม่ห่างตาไปไหนจนกว่าตาจะหลับไป ในทุก ๆ ครั้งที่ตารู้สึกปวดทรมานจากโรคร้าย ยายจะอยู่ข้าง ๆ ตาเสมอและกุมมือเอาไว้ไม่ห่าง ... ~

ยายรู้สึกทรมานไปกับตาด้วย ยายบอกกับเราว่ายายอยากร้องไห้...แต่ยายบอกกับตัวเองว่า ยายจะไม่ร้อง...ยายอยากให้ตาเห็นว่า ทุกคนอยู่ได้...ไม่ต้องห่วงอะไรนะ!

จนวินาทีสุดท้าย...ยายมองดูตาและเห็นตาเจ็บปวดทรมาน...ยายบอกว่า ยายใจแทบขาด....ตาดูทรมานมาก...เจ็บปวดเหลือเกิน....

ยายอยากจะเข้าไปกอดตาไว้เผื่อบางทีอาจจะทำให้ตารู้สึกดีขึ้น...และยายก็ทำแบบนั้น ~

แต่ในไม่เวลานาน...ตาก็จากไปอย่างสงบ....หลังจากตาจากไป ยายร้องไห้อย่างหนัก ร้องไห้แทบไม่หยุด และรู้สึกหดหู่มาก ๆ ยายบอกว่า ยายไม่มีเรี่ยงแรงที่จะทำอะไรเลย

ยายอยากนอนมองดูตาอยู่อย่างนี้เท่านั้น ! T_T เห้อ!! เศร้า

มันอาจดูเหมือนว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องปกติที่เราล้วนต้องเจอ...การเกิด แก่ เจ็บตาย....แต่เราสัมผัสได้เลยว่า

เวลาที่ยายเล่าเรื่อง....น้ำเสียง สายตา และ ความรู้สึกนั้น พรั่งพรูออกมา อย่างที่ว่าไม่ต้องบอกว่าตาสำคัญแค่ไหนก็รู้ได้ ~ บางคนอาจคิดว่า น้ำเน่า...แต่ถ้ามันไม่เกิดกับตัวเองก็คงไม่รู้

น้ำเสียงที่ยายเล่าให้เราฟัง บ่งบอกว่า ยายคิดถึงตามาก

สายตาขณะที่ยายเล่า บ่งบอกว่า ตาช่างอบอุ่นเหลือเกินและยายคิดถึงตา

และความรู้สึกที่ยายส่งผ่านออกมา บ่งบอกว่า ยายจะไม่มีวันลืมตาและยายคิดถึงตามากอีกเช่นกัน

เราเคยได้ยินคำว่าน้ำเน่า ๆ ๆ ๆ มามากๆ หลายคนมองคำว่าน้ำเน่าเป็นเรื่องตลก...แต่ยายบอกว่า เรื่องน้ำเน่าที่เรารู้กันสองคนมันไม่ได้ทำให้ยายคิดว่ามันเป็นเรื่องตลกเลย

แต่ยายกลับคิดว่ามันเป็นจุดที่น่ารักของพวกเรา ที่คนอื่นไม่สามารถจะรับรู้และเข้าใจอย่างลึกซึ้งได้ ยายบอกว่า...ถ้าเราเจอคนที่เราคิดว่าใช่จริงๆ เราก็จะน้ำเน่าขึ้นเรื่อย ๆ 555+

และเรื่องน้ำเน่า ๆ ก็จะเกิดขึ้นเรื่อย ๆ (เราฟังแล้วอมยิ้ม^^") รู้สึกว่า มันน่ารักดี...

แต่เราก็คิดว่า คงจริง...วันนี้รู้สึกดีมาก ๆ ที่ได้เขียนเรื่องนี้เล่าออกไป...

555+ คนที่มาอ่านอาจจะคิดว่าเราน้ำเน่ามั้ย ? ไม่เป็นไร ก็เป็นอีกอารมณ์หนึ่ง...เราอยากถ่ายทอดออกไป...


และเรารักยายมาก และคิดถึงตามาก ๆ ด้วยเช่นกัน ^^

TODAY


วันนี้...หากคุณให้ความสำคัญกับตัวเอง เป็นรองจากผู้อื่น...วันนั้นคุณจะเอื้อเฟื้อ

วันนี้....หากคุณให้ความสำคัญกับสิ่งของ เงินทอง...วันนั้นคุณจะโลภ

วันนี้....หากคุณให้ความสำคัญกับคนที่คุณโกรธ - เกลียด....วันนั้นคุณจะโง่

วันนี้....หากคุณให้ความสำคัญกับมิตรภาพ....วันนั้นคุณจะยิ้ม

วันนี้...หากคุณให้ความสำคัญกับผู้ด้อยโอกาส....วันนั้นคุณจะอิ่มเอม

วันนี้....หากคุณให้ความสำคัญกับสิ่งมัวเมา...วันนั้นคุณจะบาป

วันนี้....หากคุณให้ความสำคัญกับรูป รส กลิ่น เสียง....วันนั้นคุณจะขาดสติ

วันนี้....หากคุณให้ความสำคัญกับความทุกข์.....วันนั้นคุณจะหมองเศร้า

วันนี้....หากคุณให้ความสำคัญกับความสุข.....วันนั้นคุณจะสดใส

วันนี้....หากคุณให้ความสำคัญกับสุขภาพ....วันนั้นคุณจะแข็งแรง

วันนี้....หากคุณให้ความสำคัญกับจิตใจ....วันนั้นคุณจะหนักแน่น

วันนี้....หากคุณให้ความสำคัญกับการติฉิน นินทา....วันนั้นคุณจะขาดคนนับถือ

วันนี้....หากคุณให้ความสำคัญกับการเรียน....วันนั้นคุณจะเป็นคนเก่ง

วันนี้....หากคุณให้ความสำคัญกับการอ่าน....วันนั้นคุณจะมีสมอง (เพิ่มมากขึ้น)

วันนี้....หากคุณให้ความสำคัญกับการด่าทอ....วันนั้นคุณจะมีแต่คนรังเกียจ

วันนี้....หากคุณให้ความสำคัญกับคุณธรรม........วันนั้นคุณจะแตกฉาน

วันนี้....หากคุณให้ความสำคัญกับความยุติธรรม....วันนั้นคุณจะซื่อสัตย์

วันนี้....หากคุณให้ความสำคัญกับอุดมการณ์....วันนั้นคุณจะยิ่งใหญ่

วันนี้....หากคุณให้ความสำคัญกับความขยัน....วันนั้นคุณจะประสบความสำเร็จ

วันนี้....หากคุณให้ความสำคัญกับความลำบาก....วันนั้นคุณจะแข็งแกร่ง

วันนี้....หากคุณให้ความสำคัญกับการเสี่ยงโชค.....วันนั้นคุณจะไม่มีโชค

วันนี้....หากคุณให้ความสำคัญกับการนอบน้อม....วันนั้นคุณจะได้รับความนอบน้อม

วันนี้....หากคุณให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม....วันนั้นคุณจะหายใจสะดวก

วันนี้....หากคุณให้ความสำคัญกับการฝึกซ้อม....วันนั้นคุณจะเป็นคนมหัศจรรย์

วันนี้....หากคุณให้ความสำคัญกับน้ำใจ....วันนั้นคุณจะมีแต่ผู้คนคอยหยิบยื่นโอกาสดีดีมาให้

วันนี้....หากคุณให้ความสำคัญกับวัตถุ....วันนั้นคุณจะกลายเป็นวัตถุ

วันนี้....หากคุณให้ความสำคัญกับการให้อภัย....วันนั้นคุณจะรัก

8/15/2553

TRANSFORM


ฝนไม่ได้ตกลงมาจากฟ้า แต่ผืนดินดึงดูดเม็ดฝนนั้นให้ร่วงหล่นมา*

มหาสมุทรไม่ได้กว้างขวางจนน่ากลัว เพียงแต่มันกำลังเติมเต็มพื้นผิวบนโลก*

ภูเขาไฟไม่ได้ตั้งใจจะระเบิดออกมาเป็นลาวา แต่เพียงแค่มันอยากโชว์การแสดงที่ตระการตาให้กับผู้ชม*

สิงโตไม่ได้ดุร้าย แต่เพียงแค่มันต้องวางท่าไว้ ใช้ป้องกันตัว*

นกตัวน้อยโบยบินไปในท้องฟ้ามันไม่ได้อ่อนแอขี้ขลาด แต่เพียงแค่มันอยากให้โลกใบนี้มีแต่ความอ่อนโยน*

ต้นไม้ใหญ่ไม่ได้เพียงแค่ต้องการจะให้ร่มเงา แต่มันยังอยากปกป้องชีวิตเหงาๆที่อยู่ด้านล่างด้วย*

ร้อยเรื่องราว หลากวิธีคิด...หลากความหมายที่จะตีความออกมา

มันก็เหมือนกับผู้คนที่มากมายไปด้วยการวางท่า หรือแสดงสิ่งต่างๆออกมา...ต่อผู้คน

การจะเข้าถึงจิตใจใครได้ เราคงต้องจำแลงตัวเอง เพื่อลองเป็นคนๆนั้นหรือสิ่งๆนั้นดู(ในทางความคิด)

แต่เราจะได้คำตอบหรือไม่ มันอยู่ที่ว่าเราจะยอมเปิดใจนั้นให้มันกว้าง แค่ไหนก็เท่านั้นเอง

CHOOSE BY CHOICE ... CHOICE BY CHOOSE


"บน" ใบหน้าที่สวมหน้ากากอารมณ์ ของผู้คนที่เต็มไปด้วยนานาปัญหา.....มันทำให้คนเราเลือกใส่หน้ากากที่หน้าตาโหดร้าย ดูน่ากลัว

บนโลกที่กว้างใหญ่...อณูความรู้สึกที่โหดร้าย เกลียดชัง...มักจะมีอิทธิพลกับผู้คนบนโลก....จนทำให้โลกกลมๆ กลายเป็นโลกเบี้ยวๆไปได้ในพริบตา

ความสามารถของความโหดร้าย เกลียดชัง มันทำให้คนเรา...ลืมตัว ลืมคิด ลืมทุกอย่างในด้านดีดีที่เหลืออยู่

แม้แต่ปัญหาเล็กๆเท่าฝุ่นผง คนเราก็ยังสามารถปั้นมันขึ้น ราวกับว่าฝุ่นผงนั้นมันมีขนาดใหญ่เท่ากับขุนเขา...

มันไม่แปลกที่ทุกคนจะเจอกับเหตุการณ์เช่นนี้.....


.............


"ใต้" ใบหน้าที่สวมหน้ากากอารมณ์ ของผู้คนที่เคยผ่านนานาปัญหามา.....พวกเค้าเหล่านั้น ณ เวลานี้
จะสามารถเลือกหาหน้ากากที่ดูดีมาสวมใส่...ดูน่ารัก อบอุ่น เต็มไปด้วยรอยยิ้มและการให้อภัย..

และบนโลกที่กว้างใหญ่....อณูความรู้สึกแห่งมิตรภาพ มักมีอิทธิพลกับผู้คนบนโลกอีกเช่นกัน....มันทำให้โลกที่เคยเบี้ยวๆ กลับมากลมเหมือนเดิมแถมมีมิติเพิ่มขึ้นด้วย

ความสามารถของมิตรภาพ ทำให้คนเราลืมคิดถึงสิ่งที่ไม่ดี ที่มีอยู่ในตัวบุคคลอื่น หรืออาจทำให้เรามองข้าม หรือทำความเข้าใจ...กับมันซะ

แม้แต่ปัญหาใหญ่ๆเท่าขุนเขา...ก็ยังสามารถแปรสภาพกลายเป็นฝุ่นหรือแม้กระทั่งเป็นธุลีเล็กๆ ที่ดูกี่ทีๆมันแทบจะไม่มีอิทธิพลกับเราเลย

มันไม่แปลกที่ทุกคนจะเจอกับเหตุการณ์เช่นนี้......

...........................


มันไม่แปลกที่ทุกคนจะเจอกับทั้งสองเหตุการณ์นี้...เพราะในชีวิตจริง ...เรื่องที่เราคิดว่าเหลือเชื่อ มันมักจะกลายเป็นเรื่องที่สามารถเกิดขึ้นได้....

และเรื่องที่เราคิดว่าจะไม่มีทางเกิดขึ้นกับเราได้ มันก็จะเกิดขึ้นได้เช่นกัน....

เพราะฉะนั้นแล้ว สิ่งที่ดีที่สุดที่เราจะทำได้ในตอนนี้ คือภูมิคุ้มกันดีดี...ที่เราเองก็สร้างมันขึ้นมาได้...

ภาย "ใต้" หน้ากากอารมณ์...คุณก็เลือกเอาสิ :):):):):):)